02:50 คาร์ริคผิดหวังผีพลาดโอกาสชนะ สิงห์บลูส์

ไมเคิล คาร์ริค กุนซือขัดตาทัพของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับ ผิดหวังที่ทีมทำได้แค่เสมอเชลซี 1-1 บอกเจ้าถิ่นไม่สมควรได้จุดโทษ อย่างไรก็ดี เขาชื่นชมผลงานของลูกทีมว่าทำกันออกมาได้เยี่ยมแล้ว “น่าผิดหวังจริงๆ เมื่อคุณขึ้นนำในเกมแบบนี้แล้วถูกแย่งคะแนนไปมันน่าผิดหวัง” “ผมภูมิใจในตัวลูกทีมและกลุ่มตลอดทั้งสัปดาห์ กับสถานการณ์ที่ยากลำบาก เราพยายามทำกันออกมาให้ดีที่สุด แต่ก็มีความรู้สึกเจ็บใจนิดๆอยู่ เราสามารถชนะได้ ดังนั้นมันจึงรู้สึกผิดหวังหน่อยๆ ผมไม่สามารถโกหกได้” “ผมไม่คิดว่ามันเป็นจุดโทษเลย พากเขายิงเยอะ ดาบิดเซฟได้ 2 หน ซึ่งเรารู้ตั้งแต่ก่อนเกมแล้วล่ะว่าเขาจะต้องทำได้ 1 หรือ 2 ครั้ง” “นอกเหนือจากนั้น ผมค่อนข้างเบาใจ, แน่นอนว่าเราต้องการทำให้มันดีกว่านี้ ผมคิดว่าเกมรับของเราทำกันได้ดี ผมไม่สามารถตำหนิลูกทีมได้แม้แต่นิดเดียว” “ความรู้สึกผิดหวังและความรู้สึกที่ว่าคุณได้ทิ้งบางสิ่งไปมันคือข้อดี”

03:06 ปิโอลี่ เซ็งมิลานไม่เฉียบคมแถมยังพลาดเยอะ

สเตฟาโน่ ปิโอลี่ กุนซือของ เอซีมิลาน ยอมรับว่าทีมของเขาไม่เฉียบคมพอและสร้างความผิดพลาดหลายครั้งจนเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ ซาสซูโอโล่ ทัพ “รอสโซเนรี่” ของกุนซือชาวอิตาเลี่ยน เพิ่งพลาดท่าแพ้ในลีกนัดที่ 2 ติดต่อกันหลังโดย ซาสซูโอโล่ บุกมาเอาชนะถึงถิ่น 3-1 ทำให้พวกเขาพลาดโอกาสแซงนาโปลี ขึ้นไปเป็นจ่าฝูง “พวกเราขาดความเฉียบคมเพราะสร้างความผิดพลาดมากเกินไป เรามีโอกาสครึ่งจังหวะที่เราจบไม่ได้เพราะการตัดสินใจที่ผิดพลาด” ปิโอลี่ กล่าวหลังจบเกม “ตอนที่เราขึ้นนำเราก็ฉวยโอกาสไว้ได้ไม่ถึง 3 นาที และนั่นมันคือช่วงเวลาสำคัญของทีม แน่นอนว่ามีบางยากที่ไม่เวิร์ค” “ผมไม่เห็นว่าทีมจะขาดสมาธิหรือความมุ่งมั่นอะไร ผมคิดว่าเราแค่ไม่เฉียบคมและตัดสินใจผิดพลาด แนวทางการเล่นเกมรับของเราต้องอาศัยจังหวะดวล 1-1 ต่อหนึ่ง ซึ่งวันนี้เราพลาดไปหลายครั้งกับให้กับนักเตะมีคุณภาพแบบ สกามัคก้า และ เบราร์ดี้” “มันไม่ใช่แค่การรับป้องกัน แต่เราเสียบอลง่ายเกินไปและไม่ควรจะมาเสียประตูที่ 3 แบบนั้น” “ผมไม่คิดว่าแนวทางมันผิด เราแค่ตัดสินใจไม่ดี พวกเราตระหนักถึงจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองได้ดีเพราะฉะนั้นเราต้องมุ่งมั่นทำงานต่อไป” “พวกเราเริ่มต้นซีซั่นนี้ได้อย่างแข็งแกร่งหลังจากนั้นก็มาแผ่วในช่วงไม่กี่เกมที่ผ่านมาจากกลายปัจจัย แต่เรายังกลับไปสู่เส้นทางอีกครั้งได้”

03:36 ‘สิงห์’ เสมอเหมือนแพ้ / ‘ผี’ ไม่เหมาะกับระบบเพรส

ผมแอบคิด “ชั่ว” เล็กน้อยหลังเห็น line up คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ถูกจับนั่งสำรอง ก่อนเกมบิ๊กแมทช์ เชลซี vs แมนฯยูไนเต็ด ว่า ราล์ฟ รังนิค “ว่าที่” กุนซือใหม่อาจเป็นคนสายตรงสั่งการอยู่เบื้องหลัง เพื่อที่จะใช้แท็คติกส์ “เพรสสูง” ตั้งแต่แดนบนได้อย่างเต็มประสิทธิภาพจนกระทั่งผมมาเห็นข่าว (หลังจบเกม) ว่า แกรี่ เนวิลล์ เองก็คิดแบบเดียวกับผม เนวิลล์ ตั้งข้อสังเกตว่าเขาใช้เวลาแค่ 1 นาทีก็สัมผัสได้ทันทีว่าสไตล์การเล่นไม่เหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตกองหน้าทีมชาติ อังกฤษ และกูรู “รีทวิต” ด้วยแคปชั่นสั้นๆว่า “ไม่มีทางเป็นเรื่องจริง ศูนย์” ครับ เป็นแค่เรื่องชวนสงสัยเพราะไหนๆ รังนิค จ่อเปิดตัวในไม่ช้า ขี้หมูขี้หมาก็ต้องมีการสอบถามขอคำแนะนำเพราะลำพัง ไมเคิ่ล คาร์ริค ต่อให้อยู่ในฐานะรักษาการแต่คงไม่กล้าหั่นแข้งเบอร์ 1 ของโลกที่แบกสถิติยิง 10 จาก 14 เกมทุกรายการในเกมสำคัญเช่นนี้ การตัดสินใจที่ต้องใช้ความ “บ้าบิ่น” มากกว่าปกติในเกมบิ๊กแมทช์กับคนมีอิทธิพลอย่าง “โรนัลโด้” มันให้น้ำหนักไปที่พวกชั่วโมงบินสูงๆมากกว่า ผมอาจดูหนังฆาตกรรมมากไปจนเพี้ยนเอง อาจจะไม่เกี่ยวอะไรกันเลยก็ได้แต่มาว่ากันด้วย facts เราจะเห็นได้ว่าการเพรสสูงของ “ปีศาจแดง” ไม่ต่างอะไรกับเกมแดงเดือด แต่เล่นแบบนี้อยู่ราวๆ 10 นาทีก็กลับมารับในแดนตัวเองตามเดิมเพราะอย่างที่เราทราบกันดีว่าการ “เพรส” เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพมันต้องพร้อมเพรียงกัน หาไม่แล้วก็เหนื่อยฟรี ที่เราเห็นมีแค่ 3 ตัวบน (ไม่ใช่หวย) ที่ไล่อย่างหนัก ตรงกันข้ามแดนกลางเข้าหาบอลราวกับ “เทเลทัปปี้” แล้วคุณไม่รู้เหรอครับว่า เชลซี แกะเพรสเก่งแค่ไหน การเล่นของ โธมัส ทูเคิ่ล ครอบครองบอลระดับ “เดอะ มาสเตอร์” และเจอของหนักของแข็งกว่าที่ ยูไนเต็ด ทำอยู่หลายเท่า สไตล์ของนักเตะมีส่วนสำคัญมาก คุณให้คนที่ยืนตำแหน่งยังไม่ดีอย่าง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ เนี่ยนะมาเพรส หรือ เนมันย่า มาติช ที่อายุมากและเชื่องข้า ไม่มีทาง สอดคล้องกับคอมเมนท์ของ เจมี่ คาร์ราเกอร์ “เจ้าพ่อ OG.” ว่ามีนักเตะ แมนฯยูฯ 5-6 คนที่จะไม่เข้ากับระบบของ รังนิค เพราะการเทรนให้เข้าเนื้อต้องใช้เวลานาน ไม่มีทางสำเร็จภายในสัปดาห์สองสัปดาห์ ดังนั้นต่อให้ถามอีกกี่ล้านครั้งผมก็จะตอบแบบเดิมว่า “ปีศาจแดง” ควรคุมโซนหรือถอยไปรับเพื่อล่อให้ฝ่ายตรงข้าม (ที่ครองบอลดีกว่า) เป็นฝ่ายชะล่าใจดันไลน์สูงเพื่อใช้งานให้ถูกคนจากจังหวะสวนกลับ ต้องรอจบฤดูกาลเสริมทัพกันใหม่ถึงค่อยเริ่มคิดถึงการเล่นให้ใกล้เคียงกับทีมอย่าง แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี การจะยิงประตู “สิงห์บลู” ที่มีเกมรับที่ดีที่สุดในลีก (ก่อนลงเล่นเกมนี้เสียไปแค่ 4) คุณไม่มีทางตั้งเกมบุกใส่ได้เลยครับเพราะเจ้าถิ่นรู้ว่าแข้ง ยูไนเต็ด “อ่อนจัด” ถ้าโดนเพรสตั้งแต่แดนบน การแกะเพรสจะออกแนวโยนขี้ประมาณกูไปไม่ได้ มึงเอาไปที แบ็คโฟว์ไม่มีใครนิ่งเลยโดยเฉพาะ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ล่กมาก สำหรับ เชลซี เป็นอะไรที่น่าเขกกะโหลกตัวเองอย่างที่สุดเพราะคุมเกมเหนือกว่าทุกอย่าง ถ้าจำไม่ผิดก่อนหมดครึ่งแรกครองบอลถึง 70% โอกาสเป็น 10 ซึ่งต้องชม ดาบิด เด เกเอา (อีกแล้ว) ที่ยื้อชีวิตผีแดงเอาไว้ในครึ่งแรก ที่ทำให้ผมช็อกและไม่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับทีมที่มีเกมรับดีที่สุดและกับนักเตะในตำแหน่ง DM คือการตัดสินใจดูดบอลลงทั้งๆที่เป็นตัวสุดท้ายของ จอร์จินโญ่ นี่แหละครับ ไม่ว่านักบอลเก่งแค่ไหนเล่นตำแหน่งอะไรจังหวะลูกโด่งจุดพลุและยืนเป็นตัวสุดท้ายเขาโหม่งย้อยสวนกลับเพื่อซื้อเวลาหรือไม่ก็โขกทิ้งออกข้างกันทั้งนั้น เล่นแบบนี้แฟน “สิงห์” เซ็งสิครับ ตัวอย่างวันที่เสมอกับ เบิร์นลีย์ ด้วยสกอร์เดียวกันเมื่อต้นเดือนก็มีให้เห็น โอกาสเกือบ 30 แต่ยิงเข้ากรอบแค่ 4 ความเชื่องช้าในการเปลี่ยนตัวของ ทูเคิ่ล เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เวลามันไม่พอ ทุก action ในสนามช่วงท้ายเกมรีบเร่งร้อนรนไปหมด ติโม แวร์เนอร์ ไม่ควรอยู่ในสนามถึง 81 นาทีและเห็นๆอยู่ว่าตำแหน่งกองหน้าตัวกลางแกเล่นไม่ออกไม่ว่าจะยุคไหนโดยที่ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลเบงค์ อดีตกองหน้าบอกวันนี้ต้องมีอย่างน้อย 2 ด้วยซ้ำ โดนนำในนาที 50 ผมคิดว่าอย่างเร็วที่สุดต้องส่ง โรเมลู ลูกากู ลงมาตั้งแต่นาที 60 หรือ อย่างน้อยๆก็ต้องหลัง จอร์จินโญ่ ตีเสมอนาที 69 อาจจะอ้างว่า ลูกากู ไม่ฟิตแต่ผมคิดว่าถ้าไม่ฟิตถึงขนาดไม่พร้อมก็ไม่ต้องใส่ชื่อที่ม้านั่งตั้งแต่แรก อาจจะแค่ match fitness ไม่ถึงซึ่งระดับแข้งทีมชาติ เบลเยียม มีชื่อทั้งทีในช่วงเวลาที่นักเตะคนอื่นไม่ยิงยังไงก็ต้องวัดดวงเร็วกว่านี้ไม่ใช่แค่ 9 นาทีครับ ฝั่ง “ปีศาจแดง” ผมกลับชอบ มาติช ในครึ่งหลังนะ เก็บบอลครองบอลเหนียว นิ่งมาก มีพลิกลอดดากเปลี่ยนจังหวะรับเป็นรุก ในขณะที่ เฟร็ด ที่ เร้ดอาร์มี่ ผมรู้สึกว่าตัวนี้ “มีของ” เพียงแต่ระบบและนักเตะแดนกลางรอบตัวไม่เอื้อให้แกเล่นได้เต็มศักยภาพ อารมณ์คล้ายๆ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน สมัยที่มี ชาร์ลี อดัมส์ หรือ คริสเตียน โพลเซ่น จนได้รับฉายา “อาแปะ” อะไรเทือกนั้น แข้ง แซมบ้า ไล่กวดไล่แย่งบอลดุหลายจังหวะแต่เมื่อหมดหน้าที่ตรงนี้แล้วต้องมีตัวมารับเอาไปทำต่อ ถ้าให้แกทำอะไรมากกว่านี้จะดู “บัดซบ” ไปทันที ดังเช่นลูกที่ตัดสินใจยิงกะให้ข้ามหัวแต่กลายเป็นส่งคืน เมนดี้ นั่นแหละครับ เชลซี อาจจะรู้สึก “เสมอ” เหมือน “แพ้” จากภาพรวมที่ออกมาส่วน ยูไนเต็ด ถ้าบอกก่อนเกมว่าได้ 1 แต้มผมเชื่อว่าทุกคนรีบเอาแน่นอน แต่พิจารณาจากหน้างานทีมเยือนต้องรู้สึกเสียดายจากการถูกตีเสมอไวแค่ 19 นาทีหลัง ซานโช่ ยิง 1-0 และต้องบอกว่าเป็นความโชคร้ายที่ อาร่อน วาน-บิสซาก้า เจตนาดีจะเคลียร์บอลแต่มองไม่เห็นด้านข้างว่ามี ธิอาโก้ ซิลวา แหย่ถึงบอลก่อน แต่กระนั้นการแบ่งแต้มจาก “จ่าฝูง” (ในรูปเกมที่น่าโดนตั้งแต่ครึ่งแรก) ภายใต้สถานะโค้ช “ชั่วคราว” และก่อนบิ๊กแมทช์กับ อาร์เซนอล ในวันอังคารนี้ ถ้าจะขออะไรมากไปกว่านี้คงใจร้ายเกินไปหน่อยแล้วล่ะครับ… สถิติ สถิติ สถิติ เจดอน ซานโช่ (21 ปี 248 วัน) เป็นนักเตะอายุน้อยที่สุดลำดับที่ 3 ที่ยิงประตูใน พรีเมียร์ลีก ให้ แมนฯยูไนเต็ด ที่ สแตมฟอร์ดบริดจ์ โดยก่อนนั้นเป็น พอล สโคลส์ ในปี 1995 (20 ปี 339 วัน) และ ฟิล เนวิลล์ ในปี 1998 (21 ปี 38 วัน) ตลอดเดือนพฤศจิกายน แมนฯยูไนเต็ด มีโอกาสยิงน้อยที่สุดใน พรีเมียร์ลีก แค่ 17 หนในขณะเดียวกันปล่อยให้คู่แข่งมีโอกาสล่อเป้าใส่มากถึง 60 หนซึ่งมากกว่าทีมไหนๆในลีกเช่นกัน 2 เกมในบ้านหลังสุดใน พรีเมียร์ลีก เชลซี มีโอกาสยิงรวมกันมากถึง 49 ประตูและสัมผัสบอลเขตโทษฝั่งคู่แข่งถึง 100 ครั้ง แต่กลับจบลงด้วยผลเสมอ 1-1 ทั้งคู่ “สิงห์บลู” ไม่ชนะ “ปีศาจแดง” ใน พรีเมียร์ลีก เป็นเกมที่ 8 ติดต่อกันและยิงไม่ได้เป็นเกมที่ 5 อีกด้วย จอร์จินโญ่ ยิงจุดโทษ 13 จาก 15 ครั้ง (87%) เป็นค่าเฉลี่ยสูงที่สุดเหนือนักเตะทุกๆคนในประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก (นับเฉพาะคนที่ยิง 10+) อิกาย กุนโดกาน ยิง 15 ประตู (ไม่นับจุดโทษ) ใน 37 เกมพรีเมียร์ลีกนับตั้งแต่ออกสตาร์ตซีซั่นก่อน เป็นมิดฟิลด์ที่ยิงประตูมากที่สุดเหนือ บรูโน่ แฟร์นานเดซ (13 ประตูใน 49 เกม) แมนฯซิตี้ ชนะ 11 จาก 13 เกมในการเจอกับ เวสต์แฮม ในทุกรายการโดยที่ไม่แพ้เลยและใน 13 เกมนั้นยิง “ขุนค้อน” มากถึง 35 ลูกและเสียแค่ 6 เท่านั้น เวสต์แฮม ได้แค่ 5 จาก 75 แต้มในเกมที่ต้องบุกมาเยือนทีม “แชมป์” (ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 22) โดยเกมเดียวที่สามารถโค่นแชมป์เก่าได้คือนัดพบ แมนฯยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม 2001 เอฟเวอร์ตัน ไม่ชนะใครใน พรีเมียร์ลีก มา 7 นัดติดต่อกันแล้ว (เสมอ 2 แพ้ 5) นับเป็นสถิติที่ยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เมษายน 2016 ช่วงที่ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ คุมทีมอยู่ (7 นัดเท่ากัน) เจมี่ วาร์ดี้ ยิงใน พรีเมียร์ลีก ไปแล้ว 93 ประตูนับตั้งแต่อายุขึ้นเลข 3 ขยับขึ้นแท่นแซง เอียน ไรท์ เป็นนักเตะที่อายุ 30 แล้วยิงประตูมากที่สุดไปเรียบร้อย

03:39 ทูเคิ่ลโทษ ไฟสนาม ต้นเหตุทำสิงห์เสียประตู

โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือของ เชลซี มองว่าไฟฟลัดไลท์ในสนามเป็นต้นเหตุที่ทำให้ จอร์จิญโญ่ เสียบอลจนนำไปสู่ประตูของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมที่ทัพ “สิงห์บลูส์” ของกุนซือเยอรมัน เปิดบ้านไล่ตามตีเสมอ “ปีศาจแดง” 1-1 มีจังหวะผิดพลาดที่ทำให้พวกเขาเสียประตูจากการเคลียร์บอลหน้ากรอบของทีมเยือนมาถึงกลางสนามแต่กลายเป็น จอร์จินโญ่ ที่จับบอลพลาดจนโดน เจดอน ซานโช ฉกลากหลุดเข้าไปยิงเป็นประตู อย่างไรก็ตามกุนซือของทีมอย่าง ทูเคิ่ล กลับมองว่าจังหวะดังกล่าวเป็นความผิดพลาดที่มีต้นเหตุจากไฟฟลัดไลท์ในสนาม “มันเป็นเรื่องที่ไม่ปกติเลยสำหรับพวกเราที่จะมาพลาดจนเสียประตูแบบนี้โดยเฉพาะกับ จอร์จี้” ทูเคิ่ล กล่าวหลังจบเกม “เขาคำนวณสถานการณ์ผิดและถูกรบกวนอย่างมากจากแสงไฟในสนามเขาเลยไม่เห็นบอลในจังหวะสุดท้าย เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้” “มันต้องใช้ความกล้ากาญและบุคลิกเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้เรื่องนี้มากระทบระหว่างเกม และต้องกล้าที่จะไปยิงจุดโทษเพื่อตีเสมอในช่วงเวลาสำคัญ”

04:56 รามอสยก เมสซี่ แข้งสุดพิเศษ-หนุนคว้าบัลลงดอร์สมัย 7

เซร์คิโอ รามอส กองหลังของ ปารีส แซงต์-แชร์กแม็ง ยกให้ ลิโอเนล เมสซี่ เป็นนักเตะคนพิเศษของทีมและหนุนให้เพื่อนร่วมทีมรายนี้คว้าบัลลงดอร์ สมัยที่ 7 มาครอง รามอส วัย 35 ปี เพิ่งได้ลงประเดิมสนามให้กับ เปแอสเช ต้นสังกัดใหม่เป็นนัดแรกช่วยทีมบุกไปชนะ แซงต์ เอเตียนน์ 3-1 เมื่อคืนที่ผ่านมา และถือเป็นครั้งแรกที่เจ้าตัวได้ร่วมสนามเดียวกับอดีตอริจากต้นสังกัดเก่าอย่าง เมสซี่ ในฐานะเพื่อนร่วมทีม “ผมว่า เมสซี่ กำลังทำได้ดีที่เปแอสเช เขาเป็นนักเตะที่สามารถสร้างความแตกต่างได้จริงๆ เขาเป็นนักเตะที่พิเศษไม่เหมือนใครและถือว่าเป็นสิทธิพิเศษที่ได้มีเขาอยู่ในทีม” รามอส กล่าวกับ ESPN “ผมคิดว่าพวกเราจะค่อยๆดึงเอาคุณภาพของตัวเองออกมาเพื่อทำให้ เปแอสเช แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมและประสบความสำเร็จในสิ่งที่เราต้องการ” และเมื่อถามว่า เมสซี่ จะมีโอกาสคว้าบัลลงดอร์ ปีนี้หรือไม่ รามอส ก็ตอบว่า “แน่นอน ผมต้องหนุนหลังเพื่อนร่วมทีมของผมเสมอ และผมขออวยพรให้เขาโชคดี”

05:01 โซเซียดาดบุกพ่ายนกแก้ว 1-0, เบติสสอยเลบานเต้ 3-1 …สรุปผลลาลีก้า

สรุปผลลาลีก้า วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 เรอัล เบติส 3:1 เลบานเต้ ผู้ทำประตู : 0-1 สโคดาน มุสตาฟี่ น.7, 1-1 ฆวนมี น.54, 2-1 ฆวนมี น.63, 3-1 ฆวนมี น.78 //////////////////////////////////////////////////////////// เอสปันญอล 1:0 เรอัล โซเซียดาด ผู้ทำประตู : 1-0 ยันเคล เอร์เรร่า น.77 //////////////////////////////////////////////////////////// กาดิซ 1:4 แอตเลติโก้ มาดริด ผู้ทำประตู : 0-1 โธมัส เลอมาร์ น.56, 0-2 อองตวน กรีซมันน์ น.70, 0-3 อังเคล คอร์เรอา น.76, 1-3 ยาน โอบลัค (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.86, 1-4 มาธีอัส คุนญ่า น.87 //////////////////////////////////////////////////////////// เรอัล มาดริด 2:1 เซบีญ่า ผู้ทำประตู : 0-1 ราฟา เมียร์ น.12, 1-1 คาริม เบนเซม่า น.32, 2-1 วินิซิอุส จูเนียร์ น.87 //////////////////////////////////////////////////////////// ตารางคะแนน

05:05 แรนส์บุกคว่ำลอริยองต์ 2-0 ขึ้นรองฝูง, ลียงเฉือนมงต์เปลลิเยร์ 1-0…สรุปผลลีกเอิง

สรุปผลลีกเอิง วันอาทิตย์ ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 แซงต์ เอเตียนน์ 1:3 เปแอสเช ผู้ทำประตู : 1-0 เดนิส บูอ็องก้า น.23, 1-1 มาร์ควินญอส น.45+2, 1-2 อังเคล ดิ มาเรีย น.79, 1-3 มาร์ควินญอส น.90+1 ใบแดง : ทิโมธี โคโลดเซียคซาค (แซงต์ เอเตียนน์) น.45 //////////////////////////////////////////////////////////// บอร์กโดซ์ 1:2 แบรสต์ ผู้ทำประตู : 1-0 สเตียน เกรเกอร์เซน น.43, 1-1 เฌเรมี่ เลอ ดูรอน น.60, 1-2 เฌเรมี่ เลอ ดูรอน น.66 //////////////////////////////////////////////////////////// ลอริยองต์ 0:2 แรนส์ ผู้ทำประตู : 0-1 กาเอต็อง ลาบอร์กด์ น.75, 0-2 เฌเรมี่ โดคู น.78 //////////////////////////////////////////////////////////// โมนาโก 1:1 สตราสบูร์ก ผู้ทำประตู : 1-0 วิสแซม เบน เยดแดร์ (จุดโทษ) น.46, 1-1 ลูโดวิช อายอร์เก้ (จุดโทษ) น.48 //////////////////////////////////////////////////////////// แร็งส์ 1:0 แกลร์กมงต์ ฟุต ผู้ทำประตู : 1-0 กีแล็ง โกนัน น.90+1 //////////////////////////////////////////////////////////// มงต์เปลลิเยร์ 0:1 โอลิมปิก ลียง ผู้ทำประตู : 0-1 ลูคัส ปาเกต้า น.17 //////////////////////////////////////////////////////////// โอลิมปิก มาร์กเซย 1:0 ทรัวส์ ผู้ทำประตู : 1-0 โปล ลิโรล่า น.74 //////////////////////////////////////////////////////////// ตารางคะแนน

05:59 ไปก่อนไม่รอแล้วนะ! นาโปลีรัวปืนกล ลาโอ้ ยับ 4-0 นำเดี่ยว…สรุปผลเซเรีย อา

สรุปผลเซเรีย อา อิตาลี วันอาทิตย์ที่ 28 พฤศจิกายน 2564 อูดิเนเซ่ 0-0 เจนัว ประตู : – ——————————– เอซี มิลาน 1-3 ซาสซูโอโล่ ประตู : 1-0 อเลสซิโอ โรมันญอลี่ น.21, 1-1 จานลูก้า สคามัคก้า น.24, 1-2 ซิมง เคียร์ (เข้าประตูตัวเอง) น.33, 1-3 โดเมนิโก้ เบราร์ดี้ น.66 ——————————– สเปเซีย 0-1 โบโลญญ่า ประตู : 0-1 มาร์โค อาร์เนาตโตวิช (จุดโทษ) น.83 ——————————– โรม่า 1-0 โตริโน่ ประตู : 1-0 แทมมี่ อับราฮัม น.32 ——————————– นาโปลี 4-0 ลาซิโอ ประตู : 1-0 ปีเตอร์ ซิลินสกี้ น.7, 2-0 ดรีส เมอร์เท่นส์ น.10, 3-0 ดรีส เมอร์เท่นส์ น.29, 4-0 ฟาเบียน รุยซ์ น.85

08:20 แฟนไม่ปลื้ม! “พรรษา” ถอนตัวช้างศึกแต่ช่วยบุรีรัมย์เต็มแมตช์

แฟนบอลไม่ปลื้ม พรรษา เหมวิบูลย์ แจ้งถอนตัว “ช้างศึก” อ้างสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ แต่กลับลงสนามเป็นตัวจริงในเกม รีโว่ ไทยลีก นัด 15 ที่พลพรรค “ปราสาทสายฟ้า” บุกไปเอาชนะ ลีโอ เชียงราย ยูไนเต็ด 1-0 พร้อมปิดฉากเลกแรกด้วยการเป็นจ่าฝูง ก่อนหน้านี้ “เจ้าโย่ง” แจ้งถอนตัวจากทัพ “ช้างศึก” ชุดลุย ซูซูกิ คัพ 2020 ในช่วงเดือน ธ.ค. 64 – ม.ค. 65 โดยบอกว่าสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์เต็ม ทำให้ มาโน่ โพลกิ้ง ต้องเรียก ปวีร์ ตัณฑะเตมีย์ แนวรับจาก ราชบุรี มิตรผล เอฟซี เข้ามาแทน ก่อนที่เกมไทยลีกนัดสุดท้ายของเลกแรกจะลงฟาดแข้งเพียงแค่สามวันเท่านั้น แต่จากการที่มีชื่อลงสนามเป็นตัวจริงและเล่นเต็มเกมในแมตช์ระหว่าง เชียงรายฯ กับ บุรีรัมย์ ทำให้แฟนบอลต่างแสดงความไม่พอใจ คอมเม้นต์ต่อว่าเจ้าตัวชนิดที่เรียกว่าโลกโซเชี่ยลร้อนระอุเลยทีเดียว โดยส่วนใหญ่มองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควร เนื่องจากปฏิเสธทีมชาติแต่กลับลงเล่นให้สโมสรได้ นอกจากนี้ยังมีบางคนที่บอกว่าทีมชาติไทยไม่ควรเรียก พรรษา ติดทีมชาติอีกต่อไป สำหรับ พรรษา วัย 31 ปี ลงเล่นให้ทีมชาติไทยมาตั้งแต่ปี 2017 ด้วยจำนวน 23 นัด ทำไป 4 ประตู โดยใน ซูซูกิ คัพ ปี 2018 เจ้าตัวยิงได้ถึง 3 ประตู ในทัวร์นาเม้นต์เดียว

08:40 ขอให้โชคดี! “กามา” อำลา “ปราสาท” ปิดจ็อบจ่าฝูงเลกแรกตามเป้า

อเล็กซานเดร กามา พอใจผลงานตัวเองพา บุรีรัมย์ จบเลกแรกด้วยตำแหน่งจ่าฝูงตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ก่อนกล่าวอำลา “ปราสาทสายฟ้า” อวยพรให้นักเตะ และสโมสรโชคดี ความเคลื่อนไหวหลังเกมฟุตบอล รีโว่ ไทยลีก 2021/22 เมื่อวันที่ 28 พ.ย. 64 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บุกไปเอาชนะ เชียงราย ยูไนเต็ด 0-1 ส่งผลให้ “ปราสาทสายฟ้า” เก็บเพิ่ม 3 คะแนนเต็ม ขยับไปมี 32 แต้ม ทะยานขึ้นไปเป็นจ่าฝูงเมื่อจบเลกแรก ด้วยการมีประตูได้เสียที่ดีกว่า ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด อเล็กซานเดร กามา หัวหน้าผู้ฝึกสอนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า “เกมนี้เป็นเกมที่ดี เป็นเกมที่เราสามารถเก็บ 3 คะแนนได้ ขอบคุณนักเตะทุกคนที่ช่วยกันเล่น ช่วยกันไล่ จนทำให้เราสามารถทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ ด้วยการจบการแข่งขันในเลกแรกในตำแหน่งจ่าฝูง” กุนซือ “ปราสาทสายฟ้า” กล่าวต่อว่า “เกมนี้เป็นเกมสุดท้ายของผม ก็ขอขอบคุณนักเตะทุกคน ที่ช่วยกันเล่น ถึงแม้ว่าตนจะไม่สามารถอยู่กับทีมไปได้จนจบฤดูกาล ซึ่งก็พอใจที่ตัวเองสามารถทำตามเป้าหมายที่วางเอาไว้กับทีมได้” นอกจากนี้ เฮดโค้ชชาวบราซิล กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขอขอบคุณผู้เล่นทุกคน และสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ตนขออวยพรนักเตะทุกคน และสโมสรโชคดีกับการแข่งขันในช่วงเวลาที่เหลือนับจากนี้” สำหรับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มีข่าวกับ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่เพิ่งหมดสัญญากับ สมุทรปราการ ซิตี้ จะเข้ามาคุมทัพแทนในช่วงเลกสอง ที่จะกลับมาแข่งขันกันวันที่ 8 มกราคม 2564

Archives

Categories

  • No categories