22:48 คาบ้านตามคาด…แต่แล้วไงใครแคร์?

เดิมทีโจทย์ในการแย่งแต้มจาก แมนฯซิตี้ เป็นภาระกิจที่แทบเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วแต่ OG. ของ เอริค ไบยี่ ตั้งแต่นาทีที่ 7 ปิดตายโอกาสที่ว่าเร็วเหลือเกิน ผมมองว่าแท็คติกส์ 3-5-2 เป็นอะไรที่เหมาะสำหรับ แมนฯยูไนเต็ด ที่สุด (อย่างน้อยก็ตอนนี้) อย่างไรก็ดีตัวระบบมันไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่มันไม่มีการฉีด idea ใหม่ๆที่แตกต่างจากนัดอื่นๆเข้ามาเลย การยืนตำแหน่งของผู้เล่นกลายเป็นการ “ด้อยค่า” ตัวเอง ทำให้ระบบนี้ย่อยยับอย่างรุนแรงในครึ่งแรก กล่าวคือกองหลังยืนกันเต็มเหยียด 5 ตัวแต่เกมรับกลับหลวมไม่ต่างจากหลัง 4 เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่า “ปีศาจแดง” หั่นตัวรุกออกเพื่อขันเกมรับกลายเป็น “เสียเปล่า” โอเล่ กุนนาร์ โซลชา เห็นปัญหาใหญ่ตรงนี้จึงเปลี่ยนมาใช้หลัง 4 แล้วใส่ เจดอน ซานโช่ แทน ไบยี่ ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง เป็น action ที่ไม่มีทางเลือกและอาจไม่ช่วยอะไรจากสกอร์ที่ตามหลังไปแล้ว 2 ลูก เกมในครึ่งแรกเราจะเห็นได้ว่าการวิ่งตามตัวและการแบ่งหน้าที่ในเกมรับช้ากว่า “เรือใบ” เสมอ ทำให้แฟนบอลรู้สึก ”ผวา” เพราะความอันตรายมาเยือนแทบทุกๆนาที หากไม่มี ดาบิด เด เกอา น่าจะโดนไม่ต่ำกว่า 4-5 ลูกตั้งแต่ครึ่งแรกด้วยซ้ำ นอกจากจะคอยเซฟลูกยิงฝั่งตรงข้ามแล้วต้องระวังเพื่อนร่วมทีมตัวเองที่แสดงอาการ “ล่ก” อย่างเห็นได้ชัด รูปเกมที่ออกมาจึงถูกกดอยู่ฝั่งเดียวจนโงหัวไม่ขึ้น เราไม่ต้องลงรายละเอียดอะไรให้มันเสียเวลา ยูไนเต็ด ไม่ใช่ปั้นเกมไม่ได้แต่ไม่ได้บอลมาครองเป็นเรื่องเป็นราวต่างหาก ไม่มีเวลาแม้แต่จะมองหาใครเพราะยามที่ “เรือใบ” เสียการครองบอลทุกคนจะวิ่งเข้าเพรสเหมือนปลา “ปีรันย่า” ขนาด ลิเวอร์พูล ของ เยอร์เก้น คล็อปป์ ที่สู้รบปรบมือกับการเล่นลักษณะนี้มาหลายปียังแทบร้องขอชีวิต ผมอยากชี้ให้เห็น (อีกครั้ง) ในประตูแรกที่ ไบยี่ ทำเข้าประตูตัวเอง ผมอยากถามว่าในเมื่อเล่นหลัง 3 แต่ อาร่อน วาน-บิสซาก้า ยังอุตสาห์หุบมาช่วยเซนเตอร์ทำให้ เชา คันซาโล่ ได้เปิดโล่งๆโดยที่ บรูโน่ ที่มาช่วย cover แต่เหมือนไม่ได้ช่วยจน แกรม ซูเนสส์ แซวว่าเหมือนขยับเข้ามาแบบ “ขอไปที” ลูก 2 ลุค ชอว์ นอกจากทิ้งฟอร์มเดิมแล้วยังทิ้งสัญชาญาณของกองหลังจนแทบหมดสิ้น ในฐานะกองหลังคุณปล่อยบอลตกผ่านไปต่อหน้าต่อตาไม่ได้ และทิศทางที่ คันซาโล่ เปิดเป้าหมายมันชัดเจนว่ามีตัวสอดเสาสองแอบอยู่ด้านหลังแน่ๆ ระยะตกยังเหลือๆที่ไม่ว่าใครต้องสะกิดทิ้งดังนั้นการโดน 2-0 ในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกแทนที่จะไปแก้เกมด้วยการตามหลังลูกเดียวมันต่างกันมหาศาล (โดยเฉพาะคู่แข่งคือ ซิตี้้) ผมเซอร์ไพรซ์กับคำวิจารณ์ของ รอย คีน ที่เลือกลาก “เด เกอา” มาด่าพร้อมๆกับ ชอว์ คุณจะให้ผู้รักษาประตูทำอะไรมากกว่านี้ในระยะประชั้นชิดและมาจากจังหวะที่กองหลังคุณปล่อยบอลจนตั้งตัวไม่ติด? ความพ่ายแพ้คาบ้านนัดที่ 3 จาก 6 เกมในซีซั่นนี้จบลงตั้งแต่ครึ่งแรกและเป็นความโชคดีของ ยูไนเต็ด อย่างมากที่ไม่โดนยิงไส้ไหลเหมือนในวันที่แพ้ ลิเวอร์พูล แต่ในแง่ของรูปเกมคือสู้กันไม่ได้ ตลอด 90 นาทีมีโอกาสยิงเข้ากรอบหนเดียว (จาก ค. โรนัลโด้ ในครึ่งแรก) ส่วนการครองบอลไม่ต้องพูดถึงอยู่ที่ 32/68 ตรงนี้เองที่ผมไม่แน่ใจว่าบอร์ดบริหารของ “ปีศาจแดง” จะรีวิวหรือมองในมุมของ “ตัวเลข”แล้วสรุปเข้าข้างตัวเองหรือไม่ อย่างแพ้ ซิตี้ แค่ 2 ลูกแปลกว่าดีขึ้นกว่าเกมแดงเดือดที่โดนไป 5 เพราะลึกๆแล้วผมมองว่าด้วยฟอร์มชั่วโมงนี้คงไม่มีใครคาดคิดว่า ยูไนเต็ด จะพลิกชนะอะไรลูกทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า หรือพูดง่ายๆก็คือรับสภาพว่าแพ้แต่ขอให้ไม่เละจนขายขี้หน้าก็พอ ที่สำคัญคือถ้าปลด “เฮียยิ้ม” ตอนนี้ โค้ชเกรด A ไม่เหลือแล้วเพราะคนสุดท้ายคือ อันโตนิโอ คอนเต้ ถูก สเปอร์ส จับจองไปเรียบร้อยแล้ว (ด้วยการช่วยเหลือของยิ้ม) หรือมองด้วยเหตุด้วยผล ถ้าจะปลดก็ควรเกิดขึ้นตั้งแต่แดงเดือดที่สถานการณ์ “ร้อน” กว่านี้เยอะ เรื่องดังกล่าวเป็นความรับผิดชอบของเบื้องบนแต่เรื่องในสนามกระแสวงในหลายปากชี้ชัดเป็นเสียงเดียวกันว่านักเตะส่วนใหญ่หมดความ “เชื่อถือ” ต่อ instructions หรือการสั่งการและแผนของ “เฮียยิ้ม” ไปเรียบร้อยแล้ว ทุกๆคนช่วยกันเซฟ “โอเล่” ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องขำๆของพวกเราคนไทยด้วยกันเพราะทุกๆทีมไม่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงดังเช่นแฟน “เรือใบ” พากันร้องเพลงแซว “ลูปโอเล่” และ “อยู่ต่อยาวๆอีก 5 ปี” ปกติช่วงเบรกทีมชาติผู้จัดการทีมที่เก้าอี้ร้อนมักรู้สึกหนาวๆร้อนๆเพราะกว่า 2 สัปดาห์เวลามันเหลือๆในการหาตัวแทน แต่สำหรับบอร์ดบริหาร “ปีศาจแดง” นี่คือ perfect time ที่ “เฮียยิ้ม” จะได้ชาร์ตแบ็ตก่อนมาถล่ม วัตฟอร์ด ในวันเสาร์ที่ 20 นี้ครับ… สถิติ สถิติ สถิติ – แมนฯยูไนเต็ด เพิ่มสถิติเก็บคลีนชีตไม่ได้เลยตลอดการเล่นในบ้าน 14 นัดหลังสุดในซีซั่นนี้ (ทุกรายการ) โดยในประวัติศาสตร์สโมสรสถิติไร้คลีนชีตในบ้านยาวนานที่สุดคือ 21 เกม (1958-1959) – แมนฯซิตี้ จ่ายบอลสำเร็จ 753 ครั้งในชัยชนะที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด กลายเป็นสถิติใหม่ที่ผ่านบอลยามเจอ แมนฯยูไนเต็ด มากที่สุดนับตั้งแต่ฤดูกาล 2003-04 (เป็นปีที่ Opta เริ่มเก็บสถิติ) – ซิตี้ ชนะที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด ในลีกเป็นเกมที่ 8 ซึ่งมากกว่าทีมใดๆในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีก – 3 ประตูที่ แบร์นาโด้ ซิลวา ยิงใส่ “ปีศาจแดง” ล้วนแล้วเกิดขึ้นที่ โอลด์แทรฟฟอร์ด เป็น 3 ประตูจากการลงเล่น 4 นัด โดยทีมที่แข้ง โปรตุกีส ยิงฝั่งตรงข้ามมากที่สุดคือ เบิร์นลีย์ (4) – เอริค ไบยี่ เป็นนักเตะ ยูไนเต็ด คนแรกที่ยิง OG. ในเกม แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ในพรีเมียร์ลีก

Published

Leave a comment